การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นอกจากการใช้เป็นที่อยู่อาศัยแล้วยังถือเป็นการลงทุนอีกประเภทหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ภาวะดอกเบี้ยเงินฝากตกกราวรวดอย่างเช่นในปัจจุบัน มักจะเห็นคนถอนเงินจากธนาคารไปลงทุนด้วยวิธีการอื่นๆ แทน อาทิ การลงทุนในพันธบัตร การลงทุนในตลาดทุนหรือการลงทุนในหุ้น การลงทุนในตราสารหนี้ การลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ การซื้อทอง รวมถึงการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

            สาเหตุที่การลงทุนในธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์  เพราะปัจจุบันธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ กำลังเริ่มฟื้นตัวอยู่ในช่วงขาขึ้น แนวโน้มของราคาสินทรัพย์มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อัตราผลตอบแทนในการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 10-20% (จากการให้เช่าโดยที่ยังไม่รวมกำไรจากการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่อาจเกิดในอนาคต) ในขณะที่มีปัจจัยเอื้อให้การซื้ออสังหาริมทรัพย์มีราคาที่ต่ำลง ได้แก่

            มาตรการรัฐที่ช่วยในการสนับสนุนการซื้อ-ขาย ทั้งการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอน การลดหย่อนค่าจดจำนอง การลดหย่อนภาษีเงินได้จากเกินดาวน์ เป็นต้น ประกอบกับ ภาวะการปล่อยสินเชื่อสำหรับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเริ่มผ่อนคลายและมีการแข่งขันกันมากขึ้น ทำให้อัตราดอกเบี้ยดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำและราคาอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันยังไม่แพงเกินไป ซึ่งปัจจัยสนับสนุนเหล่านี้ทำให้การซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจึงมีมากขึ้น

            การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์  จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในยุคปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารอยู่ที่ประมาณ 2% หากถอนเงินจากธนาคารมาลงทุนซื้อบ้านไว้สักหนึ่งหลังเพื่อปล่อยให้เช่าในอัตรา 1% ของราคาบ้านที่ซื้อ เช่น ซื้อบ้านมา 500,000 บาท ปล่อยเช่าในอัตรา 1%ของราคาซื้อ เท่ากับ 5,000 บาทต่อเดือน ในเวลา 1 ปี จะได้ผลตอบแทนคิดเป็น 12% ของราคาซื้อบ้านที่ลงทุนไป ซึ่งคุ้มค่าการการฝากเงินถึง 10%

             อย่างไรก็ตาม การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ สำหรับการลงทุนมีหลักและข้อควรพิจารณา สำหรับผู้ซื้ออย่างบางประการ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุด ประการแรก อสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อต้องมีสภาพคล่องสูงพอสมควร คือ สามารถขายออกไปได้เร็วในกรณีที่ผู้ซื้อต้องการจะขาย ดังนั้นการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์จึงควรอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพเพียงพอและมีโอกาสขายคืนในอนาคตสูง โดยผู้ซื้อต้องพิจารณาก่อนว่าต้องการซื้อเพื่อขายออกไปภายในกี่ปี ถ้ากำหนดเวลาไว้สั้นไปการขายออกจะค่อนข้างลำบาก นอกจากนั้นผู้ซื้อต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในระหว่างการถือครอง เช่น การ ซ่อมแซม การดูแลรักษาด้วย

            ในเรื่องของราคาเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ผู้ซื้อจะต้องพิจารณา ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องเป็นการซื้อในราคาที่ถูกต้อง ผู้ซื้อจะต้องตั้งคำถามไว้ในใจเสมอว่า เมื่อซื้อแล้วจะซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ออกไปได้ในราคาเท่าไหร่ และน่าจะขายได้ในระยะเวลาเท่าใด โดยประเมินราคาขายได้จากตลาดซื้อ-ขายโดยทั่วไปและขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองราคากับผู้ขาย สำหรับวิธีการและขั้นตอนในการคำนวณราคาที่ควรจะซื้อ ผู้ซื้อหรือผู้ลงทุนต้องตั้งราคาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่จะขายต่อเอาไว้ในใจก่อน

          หลังจากนั้นผู้ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์จะต้องประเมินค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้แก่ ค่านายหน้า ในกรณีที่ใช้บริษัทตัวแทนเป็นผู้ขายให้ ค่าธรรมเนียมโอน ค่าซ่อมแซม ปรับปรุง บ้านให้อยู่ในสภาพที่พร้อมอยู่ ค่าใช้จ่ายในช่วงที่ยังไม่สามารถขายบ้านออกไปได้ โดยคิดเป็นค่าเสื่อมราคา และค่าปรับปรุงซ่อมแซมในกรณีที่เกิดความเสียหาย เป็นต้น

          เมื่อได้ราคาค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วให้เอาไปลบกับราคาที่ตั้งใจจะขาย ซึ่งจะทำให้ผู้ซื้อหรือผู้ลงทุนสามารถกำหนดราคาสูงสุดที่จะเสนอซื้อบ้านหลังนั้นได้ ถ้าต้องการกำไรอีกเท่าไรก็ให้นำไปลบออกจากราคาขายที่ตั้งเอาไว้ เมื่อได้ราคาที่จะซื้อแล้วขึ้นอยู่กับผู้ซื้อว่าจะสามารถเจรจาต่อรองกับผู้ขายได้มากน้อยขนาดไหน ซึ่งจุดที่จะสามารถนำมาเจรจาต่อรองกับผู้ขายได้คือ ค่าใช้จ่ายที่ผู้ซื้อต้องเสียหลังจากการซื้อบ้าน ซึ่งได้แก่ ค่าปรับปรุง ซ่อมแซมบ้านนั่นเอง

            ปัจจุบันการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน คือ ห้องชุด และทาวน์เฮาส์ เนื่องจากให้ผลตอบแทนในการลงทุนสูงกว่าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในประเภทอื่น และดังที่กล่าวมาแล้วว่า การเลือกซื้อในทำเลที่เหมาะสมจะช่วยให้อสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นที่สนใจต่อการขายหรือเช่ามากขึ้น นับตั้งแต่ช่วงวิกฤติเป็นต้นมา ทำเลที่มีการซื้อ-ขายเปลี่ยนมืออสังหาริมทรัพย์กันมากที่สุดคือย่านกลางเมือง ดังนั้นทำเลในย่าน สุขุมวิทจนถึงเพลินจิตจึงเป็นทำเลที่เหมาะสำหรับการลงทุน เพราะสามารถปล่อยเช่าได้ง่าย เช่นเดียวกับย่านสีลม สาทรจนถึงพระราม 3

             สำหรับแหล่งที่ผู้ซื้อจะสามารถหาอสังหาริมทรัพย์สำหรับการลงทุนได้ มีอยู่หลายแหล่งด้วยกัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นบ้านมือสองที่จะสามารถต่อรองราคาได้ง่ายซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้จะอยู่ในมือของตัวแทนนายหน้าหรือโบรกเกอร์ส่วนหนึ่ง หรือผู้ซื้อจะหาข้อมูลจากการประกาศขายบ้านในหนังสือพิมพ์ หรือเว็บไซต์ต่างๆ ได้ 

             นอกจากนี้ยังมีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ทำการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี เป็นอีกแหล่งหนึ่งที่จะหาซื้อบ้านเพื่อการลงทุนได้ รวมทั้งบ้านที่เป็นสินทรัพย์รอการขายในธนาคารหรือสถาบันการเงินก็มีบ้านอยู่เป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน และบ่อยครั้งที่ธนาคารและสถาบันการเงินจะนำอสังหาริมทรัพย์ออกขายหรือออกประมูลในราคาที่พิเศษกว่าราคาที่ขายปกติ ซึ่งผู้ซื้อสามารถสอบสอบข้อมูลได้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้นๆ ได้โดยตรง
ขอบคุณข้อมูลจาก freesplans.com
และติดตามเรื่องราวดีดีของเราต่อได้ที่ http://www.รวมบ้านและที่ดิน.com


0 ความคิดเห็น to "การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน"

แสดงความคิดเห็น